แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร่าน...แล้วรักมั้ย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ร่าน...แล้วรักมั้ย แสดงบทความทั้งหมด

ร่าน...แล้วรักมั้ย บทส่งท้าย

" อ้ะ...ยุน..แจเจ็บ! เอาออกไป.. "

" เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว... อึก! แน่ตลอดเลยของที่รักเนี่ย! "

" ไม่ๆ..! แจเจ็บยุนแจเจ็บท้อง!!! "

" ห้ะ...!! "

ยุนโฮรีบถอนแก่นกายออกทันทีที่ร่างบางของภรรยาสุดที่รักร้องไห้เพราะเจ็บท้อง... เป็นอะไรนะ? เค้าว่าเค้าไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นนะ!

" ยุน~...แจจุงปวดท้องอะ ฮื่ออออเจ็บท้อง.... "

ร่างบางนอนร้องไห้ ขดตัวแน่นจนยุนโฮงงและตกใจมาก เค้าไม่เคยมีอะไรกับแจจุงแล้วเป็นอย่างนี้เลย..ด้วยควาทเป็นห่วงเค้าจึงรีบเอาเสื้อผ้ามาใส่ให้ร่างบางที่นอนขุดคู้น้ำตาร่วง ก่อนจะหันมาแต่งของตัวเองแล้วรีบพาร่างบางไปหาหมอทันที!!!

" หมอ...เมียผมเป็นไงบ้าง?!! "

" นี่คุณรู้หรือเปล่าเนี่ยว่าภรรยาคุณตั้งครรอยู่ ท้องอ่อนๆอย่างนี้เกิดตกเลือดขึ้นมาจะทำยังไงห้ะ!! "

หมอได้ทีเอ็ดยุนโฮ ที่เอาแต่ทำหน้าเหรอหรา...ท้องหรอ แจจุงท้องหรอ!!!

" หมอว่าเมียผมท้องใช่มั้ย!!! "

" ใช่...นี่คุณไม่รู้เลยหรอเนี่ย! ภรรยาคุณได้จะสามสัปดาแล้ว คราวหลังระวังนะครับ หรืออดใจไม่ไหวคิดจะเซ็กส์ เดี๋ยวหมอจะแนะนำให้... "

" ครับๆ หมอขอบคุณมากครับ! "

ยุนโฮดีใจมากจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ ยิ่งพอเห็นหน้าแจจุงที่มองเค้าตาแป่วอยู่บนที่นอนโรงพยาบาล อันที่จริง...แจจุงมองเพราะ..สงสัยและอยากรู้ในอาการต่างหาก แต่นี่อะไร..ยุนโฮเอาแต่ดี๊ด๊าอยู่ได้!

" ผมเป็นอะไรหรอ? "

" เป็นแม่คน "

" ห้ะ!!! "

" นาวท้อง..!! แจจุงนานท้อง นายท้องนายมีตัวน้อยอยู่ในท้อง..!!!! "

ดูท่าคุณพ่อมือใหม่ของเราจะดีใจเป็นพิเศษเลยนะเนี่ย ยุนโฮเข้ามากอดผมที่นอนอยู่บนเตียง พร้อมลูบท้องผมเบาๆ นี่ผมท้องโดยที่ไม่รู้ตัวเลยเนี่ยนะ! แล้วท้องได้ไงดีกว่า...? งงแหะ??? เออๆช่างมัน....

ผมพักอยู่โรงพยาบาลสองวันก็ได้กลับมาพักบ้าน อันที่จริง...กลับไก้ตั้งคืนแรกแล้ว แต่ยุนโฮเนี่ยสิห่วงอะไรไม่รู้เรื่อง

" พี่แจจุง..ดีใจด้วยนะฮะ "

ริกกี้เค้ามานั่งข้างพลางลูบท้องผม ตามด้วยชางมิน กู่นี้ก็ลงเอยกันได้เนอะ...ส่วนยูชอนกับจุนซูไปลั้นที่อิตาลียังไม่กลับเลย.....

" เรามีกันมั้งมั้ย? "

" บ้า... "

ชางมินเข้าไปกระเซ้าเย้าแหย่ริกกี้ จนริกกี้หน้าแดงยันหูเลย... น่ารักกันชะมัดเลย

" อะ..นมอุ่นๆ.... "

" อะไรอ่าพี่..น้องๆมาทั้งทีแทนที่จะเอาน้ำมาเสิฟ นี่เอานมมาเสิฟเมียซะงั้น! โอ้ย..! "

" อยากกินรินกันเอาเองเว้ย! "

" โห่ได้เมียล่ะลืมน้องเลยนะ!! "

ผมหยิบแก้วนมมาดื่มพลางมองสองคนที่ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ เห็นแล้วก็ตลกดี...โตกันขนาดนี้แล้วแท้ๆ...

.

.

.

.

.

" ป๊า...น้องผมล่ะน้องผมล่ะ!! "

" ใจเย็นสิยุนแจ...ม๊ากำลังพยายามอยู่นะ!! "

สองพ่อลูกยืนลุ้นยืนเถียงกะนอยู่หน้าห้องทำคลอด ที่ภายในมีเจ้าตัวน้อยที่กำเกิดขึ้น ทั้งพ่อทั้งลูกที่หน้ามาแปลนเดียวกันยืนลุ้นจนตัวโก่ง เจ้ายุนแจที่ดูจะโตเกินวัยห้าขวบเดินกอดอกวนไปวนมาหน้าห้อง ยุนโฮก็มีอาการเดียวกับลูกตัวเองไม่มีผิด เดินวนไปวนมาสวนกันไปสวนกันมา จนคนที่ผ่านไปผ่านมาพากันอัดคลิปบ้าง ยืนดูบ้าง หัวเราะคิกคักกับความน่ารักของพ่อคู่นี้ ที่ต่างก็เอาใจช่วยแม่ที่กำลังคลอดตัวเล็กอยู่

" อุแว๊~!!!!!!!! "

" ป๊าๆๆๆๆเสียงน้อง!!!!! "

" แจโฮเกิดแล้ว เย้!!!! "

สองพ่อลูกกระโดกอดกันอย่างดีใจเมื่อได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากห้องทำคลอด... สองพ่อลูกนั่งรออยู่ที่ห้องพักฟื้นรอแจจุงและแจโฮ..ลูกชายตัวน้อยอีกคน...

" ป๊าๆ ม๊ามาแล้ว... "

แจจุงที่หมดแรงจากการคลอกลูกหลับอยู่แต่ในอ้อมอกนั้น...มีแจโฮที่หลับตาพริ้มสบายเฉิบ ยุนโฮอุ้มยุนแจขึ้นมาดูน้องที่หลับพริ้มอยู่บนเตียง...สองพ่อลูกฉีกยิ้มแฉ่ง...

" ยินดีต้องรับแจโฮ.... "


*******************************************************

จลแล้วจ้าาาาาาาาาา
Read more ...

ร่าน...แล้วรักมั้ย 9

ผมดอดมาทำงานที่บาร์ช่วงเย็นเพราะต้องการคลายเครียด เพราะอยู่บ้านแล้วงุ่นง่านชอบกล มีอะไรกับชางมินวันนี้ก็ตงิดๆเพราะหน้าไอ้บ้านั่น ผมเซ็งมากที่ตัวเองเป็นอย่างนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย....

" แจจุง... "

" มาม่าซัง สวัสดัฮะ "

" จ้ะ ว่าแต่เป็นอะไรอะเราหน้าหมองเชียว เครียดเรื่องอะไรอยู่หรอจ้ะ? "

" รู้ทันอีกแล้วนะฮะ! "

" ฮิๆ แจจุงก็เหมือนน้องพี่ ทำไมพี่จะไม่รู้ล่ะ "

" อ่า... คือผมเครียดๆเรื่องร่างกายตัวเองนี่ล่ะฮะ! "

" ยังไงหรอ..? "

" มันอธิบายไม่ถูกง่ะ "

" ลองดู เพื่อเจ๊เข้าใจ... "

" อืม..คือ ผมไปมีอะไรกับคนที่เดทด้วยน่ะฮะ แต่ว่า...ผมกลับนึกหน้าของผู้ชายอีกคน ตอนมีอะไรกันผมไม่มีอารมณ์ร่วมเลยทั้งๆที่เค้าก็ลีลาดี แต่พอ.... "

" อะไรล่ะจ้ะ? "

" แต่พอนึกหน้าผู้ชายคนหนึ่ง ผมกลับมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างรุนซะอย่างนั้นอะ คราวก่อนก็เป็น นึกถึงหน้าเค้า นึกว่าโดนเค้าสัมผัส อารมณ์ผมก็กระเจิงหมดเลยอะ! -////- "

" โถ่...เจ๊ก็นึกว่าเราเป็นอะไร คนที่นึกถึงแล้วมีอารมณ์เนี่ยคนเดียวทุกครั้งใช่หรือเปล่า? "

" ฮะ..ทุกครั้งเลย ผมเลยคิดว่าผมต้องเป็นอะไรซักแน่ๆ เครียดจัง..... "

" เครียดทำไม เราน่ะไม่ได้ป่วยหรือเป็นอะไรซักหน่อย! "

" ยังงี้มาม่าซังยังว่าไม่เป็นอะไรอีกหรอ? "

" ก็ใช่! เราก็แค่...รักผู้ชายคนนั้นเท่านั้นเอง! "

" รัก......หรอ? "

มาม่าซังตบไหล่ผมเบาๆแล้วลุกไป ทิ้งให้ผมรู้สึกวุ่นวายและสับสนในจิตใจเพียงลำพัง รัก...อย่างนั้นหรอ ไม่จริงหน่าเป็นไม่ได้หรอก ผมเนี่ยนะรักคนพันธ์นั้น!!!

ผมเดินออกไปเต้นยั่วยวนเฉิดฉายอยู่ที่ฟลอ ล่อตาล่อใจพวกหื่นทั้งหลาย สายตาก็พลางทอดมองไปรอบๆเพื่อดูว่าจะมีใครถูกใจผมบ้างไหม ยังไม่เห็นมีเลยแหะ! ผู้ชายมากมายเสนอสิ่งของหลายอย่างเพื่อต้องให้ผมถอด แต่ก็ไม่โดนใจซักคนเฮ้อ.... มานี่เครียดกว่าเดิมหรือเปล่าเนี่ย!!

" จะกลับทั้งๆที่ไม่มีผู้ชายติดไม้ติดมืออย่างนี้หรอ? "

เสียงที่คุ้นเคยและแอบคิดถึงเอ่ยขึ้นไล่หลังผมเมื่อผมเดินออกจากบาร์เพื่อไปเอารถและกลับบ้าน ผมหันไปเผชิญหน้ากับชายที่น่าหลงไหลอย่างยุนโฮ เค้ามองผมพร้อมยกยิ้มน้อยๆ บาดใจใช่เล่น!

" ผมอยากหิ้วคนตรงหน้ากลับบ้านจังเลย... "

" หึๆ "

" สนใจไปกับผมไหมครับ...รับรองจะบริการอย่างดี! "

ผมเดินไปคล้องคอเค้าแล้วเอ่ยเชิญชวนอย่างยั่วยวนที่สุด!

" ดื่มมาหรือไง! "

" นิสสสสนึง "

" ไม่นิดแล้วมั้ง! "

" เอาหน่า...... "

ผมเอาปากปิดปากที่เริ่มบ่นนั่นซะ สอดลิ้นร้อนชื้นเค้าไปรุกเร้าลิ้นหนาด้านใน ปลายลิ้นเราสัมผัสโดนกันก็เหมือนกรัแสไฟเล่นปล๊าบขึ้นมา ทำเอาอะไรๆลุกชัน!

" อื้อออ อ่า.... ไปต่อห้องผมไหม? "

ยุนโฮไม่ตอบแต่ล้วงมือเข้ามาในกระเป๋ากางเกงผม พลางควานหากุญแจรถ

" อ้ะ! อื้อออออย่าแกล้งซี่~ "

มือหนานั้นล้วงมาสัมผัสน้องผมที่ตื่นตัวอยู่อย่างจงใจแกล้ง ก่อนจะเอากุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกไป อยากจังเลย...ผมจะทนไหวจนถึงคอนโดไหมนะ?

ร่างบางเริ่มมึนเมาจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเพราะเครียดไม่น้อย เค้านั่งโงนเงนไปมาอยู่บนเบาะข้างคนขับ ยุนโฮนั่งมองร่างบางที่พอเมานิดๆแล้วดูเหมือนเด็กๆที่ไม่ประสีประสาอะไรไม่มีผิด เมื่อถึงห้องทั้งคู่ก็โรมรันกันตั้งแต่เข้าเลย ประตูยังไม่ได้ปิดด้วยซ้ำ เมื่อประตูปิดลงแผ่นหลังบางก็พิงประตูเอาไว้เป็นหลักกันล้ม เพราะตอนนี้ร่างสูงกำลังโถมกายใส่เค้าอย่างหนักหน่วง ลิ้นร้อยนที่ซุกไซร้อยู่ในโพรงปากร้อนนั้นรุกเร้าจนร่างบางหายใจไม่ออก แต่เพราะรสชาติแห่งความรันจวรใจมันหวานล้ำเกินกว่าจนถอนออกได้ แม้ลมหายใจแทบไม่ออกก็ตาม

มือของทั้งคู่ต่างลูบไล้อีกฝ่ายจนมือแทบพันกัน เสื้อผ้าหลุดหลุ่ยเละเทะ เสื้อแจจุงลอยลงไปอยู่ที่พื้นก่อนเพราะถอดง่ายกว่า เม็ดทับทิมสีสวยสดโดนมือหนาหยอกเย้า ร่างบางแอ่นอกเข้าหาอย่างเสียวซ่าน ครางอื้ออึงอยู่ลำคอเพราะริมฝีปากยังคงถูกครอง มือข้างหนึ่งที่ว่างเว้นของยุนโฮจัดการปลดท่อนล่างของอีกฝ่ายออ

และแจจุงก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพียงอึดใจ ร่างบางที่ขาวสะอาดตาก็เปลือยกายอยู่หน้ายุนโฮ ร่างสูงลากลิ้นลงต่ำมาลำคอพร้อมรอยรักที่สร้างขึ้นบ่งบอกความเป็นเจ้าของ มือก็ลูบไล้แกนกายที่สั่นระริกของร่างบาง เกลี่ยพวงแฝดเล่นอย่างคึกคัก

" อื่ออออ อย่าแกล้งสิยุน~ อ้ะๆอ๊าาาาเสียวน้า~ "

นิ้วเรียวแทรกเข้าไปถายในกายพร้อมกับมุ่งตรงไปที่จุดกระสันที่ตนรู้จักมันเป็นอย่างดี ร่างบางกอดร่างกำยำเอาไว้แน่นเมื่อนิ้วเรียวนั่นขยับเข้าออกถี่ๆ และโดนจุดทุกรอบ เล่นเอาแจจุงครางหอบขาสั่นพั่บๆแทบยืนไม่อยู่ เรียวปากได้รูปพรมจูบและสร้างรอยของการเป็นเจ้าของเอาไว้ทั่วร่าง

" อื้ออออยุน ยุนโ..ฮ มะมะไม่ไหวอื้อออออออ่าละแล้ว....อ้ะๆๆๆอ่าอ๊าาาาาา!!!!! "

ร่างบางกระตุกรัวๆพร้อมน้ำคาวทะลักเอ่อเต็มมือร่างสูง ยุนโฮเอามือที่เปื้อนน้ำกามมาจ่อที่ปากร่างบาง แจจุงก็ปรือตามองงงๆ แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก แจจุงจึงแลบลิ้นเลียตามซอกนิ้วที่เปื้อนน้ำตัวเอง ดวงตาหลับพริ้ม หน้าขึ้นสีระเรื่อยของความใคร่ แถมผมสั้นสีดำขลับนั่นยังส่งผลให้ใบหน้าสวยหวานตอนนี้แลดูเซ็กซี่เกินบรรยาย...

" อึก...!!! "

ร่างบางกัดนิ้วร่างสูงเต็มแรงเมื่อแก่นกายกำยำแทรกเข้ามาไม่บอกไม่กล่าว ร่างสูงขบกรามเสียงขรมเพราะภายในร่างนั้นตอดเค้าระรัวเสียอย่างกับทะเลคลั่ง

" ขะ..ขยับสิ อื้ออออขยับเลย........ "

เสียงอ้อนวอนปนครางน้อยๆเร่งเร้าจนต้องถอนกายออกแล้วกระแทกเข้าไปอย่างแรง ร่างบางกรีดร้องครางระงมเพราะความใหญ่โตที่สอดแทนกเข้ามาเริ่มรุนแรงและเร่าร้อนขึ้นทุกๆที

" อ่าห์...แน่นเหมือนเดิมเลย แจจุงอ่าห์...... "

" ยุนโฮอื้ออออแรงๆอ่ะๆๆๆ!!!!! "

เสียงร้องครวญครางกลบเสียงเนื้อที่กระทบกันอย่างหยาบโลนไปซะหมด อากาศภายในห้องดูจะรุ่มร้อนไปทุกอนู เหงื่อยมากมายผุดพรายขึ้นมาจนชุ่มไปเกือบทั้งตัว

ร่างสูงรั้งเอาขาทั้งสองข้างของร่างบางขึ้นมาแล้วกระแทกสวนเข้าไปหนักๆถี่ๆ แจจุงกรีดร้องแทบขาดใจเพราะกายกำยำแทรกเข้ามาเสียลึกจนแทบจุก แก่นกายเล็กเริ่มสั่นระริกเรียกร้องอีกครั้ง

" ยุนโฮอ่าาาาาา....!!!! "

" อึก..แจจุง!!! "

" ยุน..ยุนอ่ะๆๆๆๆมะมะอื้ออยุนอ๊าาาาาา!!! "

" ซี๊ดดดดด อ่าห์.......!!!! "

สองร่างกระตุกเกร็งอย่างแรงพร้อมเพรียงกัน น้ำสีขาวอุ่นข้นเอ่อล้นทะลักทั้งจากกายเล็กและอีกส่วนที่ท่วมท้นอยู่ภายในร่างบางที่กอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างระรัว สองแขนโอบคออีกฝ่ายเพราะยืนไม่ไหว

" อ้ะ? "

" อาบน้ำ.....ร้อน "

ยุนโฮอุ้มแจจุงที่หมดแรงเข้าห้องน้ำแล้วอาบน่ำด้วยกัน ก่อนที่บทรักบทใหม่เร่าร้อนจะเกิดขึ้นในอ่างอาบน้ำสุดหรู.....คืนนี้คงอีกยาว........



' RrrrRrrr!!! '

อะไรอีกแล้วล่ะเนี่ย...!!! มือบางควานหาโทรศัพท์ที่กำลังแผดร้องอย่างน่ารำคาน

" ฮัลโหล คิม แจจุงพูดครับ "

ผมกรอกเสียงลงไปทั้งที่ยังไม่ลืมตาเลยล่ะ

" ผมชางมินเองนะครับ คุณแจจุงตื่นหรือยังครับ? "

" อ่า...ครับตื่นแล้ว "

" เสียงยังงัวเงียอยู่เลยนะครับ "

" แฮ่ๆ ครับเพิ่งตื่น "

" งั้น...ยังก็รีบมาทำงานนะครับ ผมรอทานข้าวเช้าอยู่ "

" ครับ "

แล้วสายก็ตัดไป ผมขี้เกียจไปทำงานจังเลยง่ะ นี่เพิ่งจะได้นอนไม่ถึงชั่วโมงเลย ผมหลับตาหันไปกอดอะไรซักอย่างอุ่นๆข้างกาย เอาหน้าซุกไซร้ข้าหามัน อุ่นจังเลย........

*-----------------------------------*

หัวกลมดุ๊กดิ๊กขยับซุกอกของผม แถมกอดซะแน่นเลย ทำไมนายไม่ทำตัวน่ารักๆเหมือนตอนที่นายหลับอย่างนี้นะ ทำไมต้องทำตัวร่านๆอย่างนั้นด้วย ไม่เข้าใจเลย! บอกตามตรงผมน่ะไม่ชอบที่เค้าทำตัวอย่างนั้นกับคนอื่นเลย เห็นแล้วหมั่นใส้!!!

ยิ่งกับชางมินนะออเซาะกันใหญ่ แล้วนี่ยังโทรมาปลุกกันอีก...ไม่ให้ไปหรอก เรื่องอะไรฉันต้องปล่อยนายให้ไปยั่วน้องฉันกัน อย่างนาย...ยั่วฉันคนเดียวก็พอ

ผมรอจนแจจุงหลับไหลอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นมาเบาๆ ลุกไปอาบน้ำแล้วกลับมาพร้อมชุดคลุม เข็มขัดมากมายถูกรื้อค้นออกมาจากตู้เสื้อผ้าของเจ้าแมวขี้เซาหลายเส้น..........

" อื้อ...อ้ะเฮ้ย!!! "

เสียงครางอือจากการนอนตามด้วยเสียงร้องขอความตกใจ แจจุงมองผมตาวาว แขนขาพยายามที่จะดิ้นหนีให้หลุดจากพันธนาการที่ผมทำเอาไว้ ผมยกยิ้มเมื่อแมวน้อยมีหน้าสีชมพูเรื่อจนถึงใบหูเล็ก ร่างกายที่เปลือยเปล่าเริ่มขึ้นสี ก็นะ...เจ้าแมวน้อยตัวนี้ความรู้สึกไว

" ทำอะไรเนี่ย!! ปล่อยผมนะ!!!! "

" จุๆ อย่าเสียงดังสิ "

" ไอ้บ้า!!! ปล่อยฉาน....อื้อออออออ!!!! "

ผมย้ายร่างกายตัวเองไปนั่งข้างแล้วใช้เรียวปากตัวเองดูดกลืนเสียงร้องโวยของเจ้าเหมียวแสนดื้อ ลิ้นเล็กตอบสนองลิ้นของผมที่ส่งเข้าไปควานหาความหวานภายใน เสียงครางเล็กๆของเจ้าตัวนั่นช่างเซ็กส์ซี่และเร้าอารมณ์ผมเป็นบ้า

" ฮ้า~ อื้มมมม!!! "

ผมปล่อยให้เจ้าเหมียวหายใจแป็ปนึง แล้วรีบจูบต่อทันที ก็ริมฝีปากสีหวานนั้นมันดึงดูดผมเสียซะเหลือเกินนี่นา มือผมเริ่มลวนลามร่างบางที่นอนหายใจถี่ๆ ที่สองมือถูกตรึงไว้กับหัวเตียงอย่างล่ะฝั่ง ขาก็เช่นกัน

" อื้อ!! อ้า....!!! "

ร่างบางสบัดหน้าหนีเมื่อผมบีบยอดอกแล้วขยี้มันอย่างมันมือ ริมฝีปากหนาได้รูปเลื่อนไปดูดเลียยอดออกสีช่ำ ผมดูดจนมันช้ำแม้ศึกก่อนหน้านี้จะเล่นมันจนช้ำอยู่แล้วก็ตาม แก่นกายเล็กสีสวยตั้งชันแข็งขืน มือผมเลยตะปบจับมันรูดระรัวอย่างไม่บอกไม่กล่าว

" อ่ะๆ อย่าสิยะยะอน่าอื้อออออออ่ะๆ "


" อ่ะๆ อย่าสิยะยะอน่าอื้อออออออ่ะๆ "

ร่างบางดิ้นเร่าๆก่อนจะเริ่มเกร็ง ผมจึงหยุดทุกอย่างไว้ทั้งอย่างนั้น ผมไม่ให้เสร็จอะใครจะทำไม?

" แฮ่กๆ ฮื้ออออ อะไรของคุณเนี่ย!!!! "

เจ้าแมวเริ่มวีนแตก สีหน้าที่บ่งบอกถึงความต้องการมองผมอย่างแค้นเคือง ผมเดินไปนั่งที่โซฟาพรางจิบกาแฟมองแจจุง

" ทำไมไม่ให้เสร็จวะเนี่ย!!! "

" หึๆ "

" หัวเราะบ้าไร..!!! โอ้ย... "

ร่างบางบ่นร้องต่อว่าผม สองขาที่ถูกตรึงพยายามที่จะขยับเข้าหากัน สองมือพยายามรั้งเข็มขัดที่มัดอยู่ให้แก้ออก แต่ก็ทำไมได้ จนเริ่มนิ่งไปเอง คงเหนื่อย..

" ช่วยผมหน่อย ผมอยากไม่ไหวแล้ว... "

เสียงหวานขอร้องสั่นเคลือ

" ไม่มีอารมณ์จะช่วยน่ะ "

" งั้นก็ปล่อย ผมช่วยตัวเองก็ได้!!! "

" แน่ใจ? "

" เออ! ปล่อยซักที...ไม่ไหวแล้ว ปล่อยผม... "

ผมเดินไปปลดเชือกที่มือให้เค้าข้างนึง แล้วดีดเจ้านั่นที่เรียกร้องการปลดปล่อยอยู่ จนแจจุงสะดุ้งเฮือก

" อ่าห์......อื้ออออ "

เสียงหวานดังขึ้นเบาๆเมื่อผมหันหลังให้แล้วเดินไปที่โซฟาจนผมต้องหันมาดู มันเป็นภาพที่เร่าอารมณ์ผมมากเลยทีเดียว มือเรียวบางสวยกำลังกอบกำของตนขยับรูดขึ้นลง ช้าบ้างเร็วบ้าง ปากสีสวยแม้มติดกันแน่น ดวงตาก็หลับพริ้ม... สวยมากจนผมแทบทนไม่ไหว อยากจะกระโดดขึ้นไปที่เตียงแล้วซอยใส่ให้ร้องไม่เป็นศัพท์เลย แต่ผมไม่ทำแต่หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปของเจ้าแมวร่านตัวนี้เอาไว้ เจ้าตัวจะรู้ไหมว่าผมทำอะไรอยู่

ราวสิบนาทีร่างบางก็หยัดหลังขึ้นเกร็งกระตุก น้ำข้นสีขาวขุ่นพุ่งมาจำนวนหนึ่ง เปรอะเกือบถึงอก แต่จะเยอะก็คงเป็นช่วงท้องน้อยขาวๆนั้น

" จับผมไว้ทำไม? "

" พอใจ "

" นี่!!! "

" ฉันไม่ยอมให้นายยุ่งกับน้องฉันหรอก! "

" หวงน้องหรือผม? "

ครั้งผมพูดไม่ออก เพราะรู้สึกว่าแท้จริงแล้วผมเหมือนจะหวงร่างบางนี่

" ถ้าบอกว่าหวงผมล่ะก็น่าเชื่อหน่อย แต่ไอ้หวงน้องเนี่ยนะ? เกินไปมั้ง?!! "

" แล้วยังไง "

" ก็ไม่แล้วไง ก็ถ้าหวงผมก็บอกดีๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเอาน้องมาอ้างหรอก! "

" สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่า "

" คุณทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นเอง การกระทำคุณเนี่ยชัดเจนดีจัง "

" .......... "

" ถ้าหวงก็บอกจะได้ไม่ไป.... "

" อืม..ฉันหวงนาย และก็ไม่ยอมให้นายไปหาใครหรอก! "

ผมเดินไปขึ้นคล่อมร่างบางที่นอนเปล่าเปลือยอยู่ แก่นกายที่พร้อมรออยู่ตั้งนานพยายามแทรกแซงเข้าไปในตัวของแมวน้อย ใบหน้าสวยหวานครางเบาๆ

" รักผมมั้ย..... "

" นานมันร่าน!!! "

" ร่าน...แล้วรักมั้ย? "

" รักสิ....... "

" อื้ออออ! "

" พี่ชางมินนั่งทำอะไรตรงหรอฮะ ผมเห็นนั่งมาตั้งนานล่ะ? "

" พี่รอคนๆหนึ่งอยู่ "

" ใครหรอฮะ? "

" เลขาพี่จุนซูน่ะ "

" พี่ชอบเค้าหรอฮะ ถึงมานั่งรอตั้งนานสองนาน "

" อืม... เรื่องของพี่น่ะช่างเถอะ เราอะมาทำอะไรริกกี้? "

" โถ่...ผมมาฝึกงานไง "

" ก็ไปฝึกสิ! "

" พี่เป็นคนฝึกผมนะ แล้วพี่มานั่งอยู่นี่ ผมจะฝึกงานยังไงอะ? "

" เออแหะ! "

" ถ้าจะรอต่อ ผมรอเป็นเพื่อนนะฮะ นั่งรอพี่ในห้องมันแง่วอะ "

" อืม โครก....! "

" น่ะ! พี่ยังไม่กินอะไรอ๋อ ท้องร้องประท้วงลั่นบริษัทเลย! "

" เวอร์หน่า "

" ไปหาไรกินกันครับ ป่ะ! "

ไม่พูดเปล่าร่างบางของริกกี้น้องยูชอนก็ฉุดให้ชางมิน หนุ่มที่ตนแอบชอบให้ลุกและเดินตามไป ชางมินที่นั่งรอแจจุงมาหลายชั่วโมงจนหิวท้องกิ่วก็ไม่ขัดขืน เดินตามแรงน้อยๆของริกกี้ไปแต่โดยดี ก็หิวนี่นะ!

" เอาข้าวหน้าเนื้อพิเศษที่หนึ่งธรรมดาที่หนึ่งครับ "

มาถึงเจ้าตัวเล็กก็สั่งอาหารให้อย่างเสร็จสรรพ ชางมินมองตัวเล็กที่หน้าออกหวานยิ้มอย่างน่ารัก แต่พอร่างบางหันมามองตอบเค้ากลับรีบหลบสายตานั่นไปทางอื่นอย่างเร็วทันที

" พี่แจจุงเนี่ยเค้าไม่สบายเพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่ใช่หรอฮะ มาทำงานได้แล้วหรอ? "

" ก็เค้าบอกว่าไหว จริงๆที่ป่วยก็ไม่ได้ป่วยเพราะกายอะไรน่ะ "

" อ้อ...พี่เค้าหน้าหวานดีเนอะ "

" อืม...เราก็หน้าหวาน "

" เอ่อ.... -////- "

" ฮ่าๆ หน้าแดงเชียว "

" แหม่พี่...ผมก็เขินเป็นนะ! "

ร่างบางก้มหน้าหลบสายตาที่มองมาของชางมิน เพราะเขินมากจนหน้าแทบระเบิดได้อยู่แล้ว แล้วมาชมเค้าว่าหน้าหวานอีก โอย...เขินเว้ย!!!

อาหารที่ถูกปรุงและตกแต่งอย่างน่าทานถูกเสิฟขึ้นโต๊ะ ชางมินมองตาวาวเลยเพราะหิวมาก แถมกลิ่นของมันยังหอมมากๆด้วย เขาจึงไม่รอช้าที่จะตักข้าวเข้ามาปากคำโต

" ท่าทางจะหิวมากนะนั่น! "

ริกกี้หัวเราะคิกคักกับท่าทางของชางมิน จนชางมินต้องส่งสายตาค้อนๆมาให้ คนตัวเล็กจึงกลั้นขำแล้วกินของตนเอง ที่มีปริมาณน้อยกว่าชายตรงหน้าเกือบครึ่ง

" แค่นั้นอิ่มหรอ? "

" หมดมั้ยดีกว่า..... "

ร่างบางตอบขณะพยามยามกินให้หมดทั้งที่ชางมินกินจะหมดแล้ว

" กินเร็วๆสิ "

" ไม่ไหวอ่ะ อิ่ม! "

" กินให้หมด!! "

" อิ่มแล้ว!! เฮียครับคิดเงิน "

ริกกี้เมินแล้วหันไปจ่ายค่าอาหารแทน ชางมินส่ายหัวเบาๆกับการกินไม่หมดของริกกี้

" กินน้อยจัง "

" อืม กระเพาะผมเล็ก "

" หรา...ตัวเล็กด้วย! "

" ยุ่ง!! "

" ฮ่าๆ "

ชางมินกับริกกี้เดินเล่นมาที่แม่น้ำ หัวเราะกันมาตลอดทาง

" อารมณ์ดีมากแล้วใช่มั้ยฮะ? "

ร่างบางเอ่ยถามหลังจากนั่งเล่นริมแม่น้ำกันมาซักพัก ชางมินพยักหน้ายิ้มแย้ม ร่างบางฉีกยิ้มกว้างตอบ

" ดีจัง.... "

" หือ..? "

" เปล่าฮะ "

" ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อน "

" ก็ไม่ได้อยากอยู่เป็นเพื่อนหรอก! "

" ............. "

" อยากเป็นอย่างอื่นมากกว่า "

ชางมินอึ้งกับขำพูดของริกกี้ แต่ริกกี้เบือนหน้าหนีเมื่อพูดจบ หน้าแดงก่ำจนถึงหูขาว ซึ่งชางมินเห็นได้ชัดเจน รู้ทันทีว่าความหมายมันคืออะไร แต่เงียบไว้ดีกว่า ชางมินจึงเปลี่ยนเรื่องคุย...

' ผมชอบพี่....... '

คำนี้เมื่อไหร่จะมีโอกาสได้พูดนะ? หรือจะไม่มี ก็พี่เค้าชอบพี่แจจุงนี่นา.......เศร้าแหะ!


*************************************************
Read more ...

ร่าน...แล้วรักมั้ย 10

" ขอโทษที่เรียกออกมานะครับ "

" ไม่หรอกครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่ผิดนัดคุณ... "

" ก็คุณไม่สบายอยู่นี่ครับ "

" แต่ก็ผิดนัดอยู่ดี ไม่ยอมบอกด้วย "

" เอาหน่า.... "

นี่เป็นเวลาค่ำล่ะครับ แน่นอนกว่าผมจะหลุดจากยุนโฮได้ ก็ใช่เวลาเอาการ พอหลุดมาได้ชางมินก็โทรตามออกมา ตอนเช้าผิดนัดไปแล้วเลยไม่อยากผิดนัดอีก อีกอย่าง...ผมอยากคุยเรื่องของเราให้จบๆ ในเมื่อ....ผมรู้แล้วว่าผมรักใคร แม้จะยังไม่ได้บอกเค้าคนนั้นก็ตาม

เราทั้งคู่อยู่ที่ร้านอาหารสุดหรูกลางกรุงโซล บรรยากาศสงบๆกับอาหารรสชาติเยี่ยม ผมและชางมินก็คุยนั่นนี่กันไปตามประสา แต่ผมก็พยายามหาโอกาสที่จะพูดเรื่องของเรา แต่ก็ยังไม่มีซักที

" คุณแจจุงครับ... "

" ครับ...? "

" เรา...คบกันได้มั้ยครับ? "

" เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ "

ผมต้องก้มหน้าตอบ เพราะดันรู้สึกผิดขึ้นมา ชางมินเค้าเป็นคนดีครับ ผมทำร้ายคนดีๆอย่างนี้ไปได้ยังไงกันนะ?

" ทำไมล่ะครับ? "

" ผม...ไม่ได้รักคุณครับ ผมขอโทษครับที่ต้องพูดตรงๆอย่างนี้ แต่ผมไม่อยากให้มันค้าคาน่ะครับ "

" .................. "

" ผมขอโทษ..... "

" ไม่เป็นไรครับ...ผมเข้าใจ "

ชางมินส่งยิ้มหวานๆมาให้ผม ทำให้ผมโล่งใจได้บ้าง...

" เพราะคนที่คุณรัก...คือพี่ผมใช่มั้ยครับ? "

" .........! "

" ทั้งพี่ทั้งคุณเนี่ย...ปากแข็งทั้งคู่เลยนะครับ "

" คุณ...... "

" ผมรู้ครับ รู้ทุกอย่างนั่นแหละ...... อีกอย่าง...เพราะคุณผมถึงกลับมาจากอเมริกา "

" ???? "

" พี่ผมเปลี่ยนรสนิยมผมเลยอดสงสัยไม่ได้ว่า..เพราะอะไร แต่พอผมเจอคุณผมก็เข้าใจดี ผมรู้หมดล่ะว่าคุณหลอกและโกหกอะไรผมบ้าง...แต่ความรู้สึกที่คุณมีให้พี่ผม ผมว่า...มันเป็นสิ่งเดียวที่คุณโกหกไม่ได้ "

" ...... "
ผมพูดไม่ออก

" เอาเป็นว่า...ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมคาดล่ะนะ ยกเว้น...เรื่องเจสอะไรนั่นน่ะ! "

ชางมินพูดสีหน้าหน่ายๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะโดนตลบหลังนะเนี่ย โอ้ย..อยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด อายชะมัดเลย

" งั้น...ผมขอให้โชคดีนะครับ ดูแลพี่ผมดีๆล่ะ คุณพี่สะใภ้.... "

" คุณชางมิน....!!! "

" ฮ่าๆ ไปแล้วนะครับ... "

" ครับ "

ผมแยกกับชางมินหน้าลิฟ เพราะชางมินมีนัดต่อ หลายคิวจังนะแหม่... ผมเดินยิ้มๆมาที่รถของตัวเอง กลับไปไม่รู้ยุนโฮจะกลับมายัง ถึงจะบอกว่าหลุดมาได้ แต่ผมก็หนีออกมาข้างนอกอยู่ดีอพยุนโฮมีธุระอะไรก็ไม่รู้...!

" อุบ...???? "

อะไร?? ผ้าสีขาวที่โปะที่จมูก..นี่มัน..ยุนโฮช่วยผมด้วย....!


" พี่แน่ใจนะว่าทางนั้นมันไม่รู้อะ? "

" กลัวรึไงสเตฟ!! "

" เปล่า... "

" พวกมันไม่รู้ ฉันจะทำให้รู้เอง!! "

" เพื่ออะไรพี่?!! "

" ให้มันมาดูคนที่มันรักตายไงล่ะ!!! "

" !!! "

ครั้งนี้เจสสิก้าไม่ได้ใช้คนจำนวนมากเพื่อทำร้ายร่างบาง แต่เค้าจะใช้แค่นัดเดียวเท่านั้นเพื่อเอาชีวิตของแจจุงที่นอนสลบหมดสติอยู่บนพื้นโกดังร้าง ที่ทั้งสกปรกฝุ่นเขรอะ

เจสสิก้ากำลังส่งข้อความพร้อมรูปของแจจุงที่ไร้สติไปให้ยุนโฮ เธอไม่ได้เรียกร้องเงินแต่เธอเรียกร้องชีวิตของยุนโฮ

ชีวิตแลกชีวิต!!!

แล้วระหว่างนั้น...สเตฟานี่ก็ประเคนฝ่าเท้าใส่แจจุงที่ไร้สติอย่างไม่ยั้งด้วยความแค้นที่มี

พวกเธอทั้งคู่ต้องโดนทั้งพ่อและแม่ตัดขาดออกจากวงค์ตระกูลเพราะทำตัวต่ำ ส่ำส่อน มั่วผู้ชายและที่สำคัญ..เล่นยา ทำให้คนในครอบครัวไม่มีใครรับในสิ่งที่เธอทำได้ พ่อแม่จึงช่วยพวกเธอออกตะรางแต่ก็แค่เท่านั้นที่พ่อและแม่จะให้พวกเธอ

ความแค้นที่สะสมรอเวลาเอาคืนของพวกเธอมีมากจนไม่สนแล้วว่าอนาคตจะเป็นยังไง สนแต่เพียงว่าวันนี้จะต้องแก้แค้นให้ได้เท่านั้น!!!

ยุนโฮมองมือถือที่โชว์หราข้อความของเจสสิก้าและ...รูปแจจุง เค้าต้องออกไปพบลูกค้าทำให้ต้องห่างจากแจจุง ที่วันนี้ตั้งใจจะอยู่ทั้งวัน แต่ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะ?!! มือหนากำโทรศัพท์แน่นอย่างกับต้องการให้แหลกละเอียดคามือ เหมือนที่ต้องการจัดการกับเจสให้ตายคามือเช่นกัน!!!

ในข้อความห้ามให้คนนอกรู้เรื่องไม่งั้นจะยิงแจจุงทิ้งทันที แต่เรืาองอะไรที่ยุนโฮต้องเชื่อคำขู่โง่เขลานั้นด้วย

ข้อความถูกส่งต่อไปยังยูชอนและชางมิน ทำให้ยูชอรที่กำลังจะเสียบจุนซูต้องหยุดชะงักงัน หันมาอ่านข้อความอย่างอารมณ์เสี

" เชี่ยขัดกู ไม่สำคัณกูฆ่ามึงแน่!! "

ยูชอนสบถออกมา แต่ก็ต้องหุบปากแล้วรุดไปแต่งตัวอย่างรีบเร่ง จุงซูสงสัยเอ่ยถามแต่ยูชอนไม่ตอบ บอกขอโทษแล้วรีบออกไปทันที!

ชางมินหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากจากกระเป๋ากางเกง รู้สึกขัดใจไม่น้อยเพราะเค้ากำลังนั่งหัวเราะต่อกระซิบกับริกกี้อย่างสนุกสนานกลางกรุง

" เวรล่ะ!! "

" มีอะไรหรอครับพี่ "

" ป่าวๆ ริกกี้กลับบ้านไปก่อนนะ พี่มีธุระ เสร็จเรื่องแล้วจะโทรหา "

พูดจบชางมินก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งริกกี้มองงงงันอยู่ที่เดิม แต่ก็ไม่อะไรมาก เค้าทำตามร่างสูงสั่งคือ...กลับบ้าน

" แจจุงรอฉันก่อนนะ...! "

ร่างบางปรือตามองรอบๆด้านอย่างหวั่นใจ แขนถูกมัดไพล่หลัง ขาสองข้างก็ถูกมัดอย่างแน่นหนา ปากบางสีสวยก็ถูกสก๊อตเทปปิดเอาไว้

" ตื่นแล้วหรอ!! "

" ?!!! "

" ไอ้หน้าด้าน!! เพี้ย!!!! "

เจสตบไปที่หน้าขาวเนียนฉาดใหญ่จนหน้านั้นหันไปตามแรงตบ แจจุงตวัดตาเรียวมองอย่างหยามเยียดสองพี่น้องนั่น!!

ถ้าให้ผมเดา...คงเป็นเรื่องผู้ชาย และถ้าเรื่องผู้ชายก็คงไม่พ้นยุนโฮกับชางมิน พวกนี้หน้าด้านกว่าผมอีกนะผมว่า..อย่างน้อย ผมก็ไม่เคยตามตื้อผู้ชายที่มันทิ้งผมไปก็แล้วกัน!!

" มองอย่างนี้อยากตายมากหรือไง!! ไม่ต้องห่วงหรอกกูให้มึงตายแน่!! "

" พี่...ยิงมันเนี่ย...ศพมันจะสวยไปป่ะ? "

" เออแหะ...งั้นก็กรีดหน้ามันเลย!! "

ห้ะ...!!! กรีดหน้า จะบ้าเรอะ!!! ผมมองยัยสเตฟที่ถือคัตเตอร์เดินเข้ามาหาผม สีหน้าเธอดูโรคจิตมาก แสยะยิ้มได้ทุเรชลูกกะตาผมเป็นที่สุด!!

" ฉันกรีดให้สวยเลย วะฮะฮ่าๆๆๆ "

อึก..! ผมกลืนน้ำลายลงคอได้ยากยิ่ง นี่เกิดอะไรขึ้นนะทำไมพวกนี้ถึงได้ดูบ้าและโรคจิตอย่างนี้ล่ะ หรือนี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของพวกเธอ! มีดคัตเตอร์เคลื่อนตัวมาทีาหน้าผมช้าๆ มันเสียวนะเนี่ยน่ากลัวด้วย! ผมหลับตาปี๋ เมื่อสัมผัสถึงปลายมีดคมเย็นเฉียบ อึก..เจ็บ!!

" หยุดนะ!! "

ยุนโฮ...ผมลืมตามองผู้ที่เข้ามา ยุนโฮมาแล้วเค้ามาช่วยผมแล้ว ผมไม่สนแล้วว่าจะเจ็บแผลที่หน้าแค่ไหน จะเลือดไหลมามากเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ผมดีใจมากที่ยุนโฮมาช่วยผมแล้ว เค้ามาแล้ว น้ำตาแห่งความดีใจผมไหลเป็นทาง...

" แกทำอะไรเค้า!! "

" ก็แค่...เล่นด้วยนิดๆหน่อยๆ "

เจสตอบยุนโฮหน้าตาย ส่วนสเตฟก็มองมีดคัตเตอร์ที่เปื้อนเลือดอย่างโรคจิต

" พวกเธอต้องการอะไร? "

ยุนโฮเอ่ยถามอย่างใจเย็น เค้าคงต้องหารที่จะควบคุมสถานการณ์ตรงนี้ให้ได้

" ฉันต้องการคุณไงคะที่รัก...ส่วนน้องฉันก็ต้องการชางมิน แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันต้องการเคลียร์เรื่องของเราก่อน...ว่าไงคะ "

" ต้องการแบบไหน แต่งงานหรืออยู่กินกันเลยมั้ย! "

คำของยุนโฮทำเอาผมปวดร้าวไม่น้อย แต่ผมเชื่อว่าเค้าต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ ตรงนี้เป็นแค่...ตัวล่อ

" แต่งงานหรอคะ....น่าสนใจนะคะเนี่ย แต่ก่อนที่พิธีแต่งงานจะมาถึง เรามาจดทะเบียนกันก่อนดีมั้ยคะ? "

เจสยกยิ้มเย็น เธอเดินไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางที่โซฟามา อย่าบอกนะว่าเตรียมพร้อมมาขนาดนี้เลย!

" เตรียมพร้อมน่าดู "

" แหม..ก็ต้องพร้อมหน่อยสิคะ คิดจะเล่นกับคนอย่างคุณ "

" เห้อะ!! "

" เอาไงคะ ถ้าคุณจดทะเบียนนี่ คุณก็จะเป็นของเจส แล้วเจสจะยอมปล่อยไอ้หน้าด้านที่มาทำลายความรักของเราไป "

" ได้...!! "

ยุนโฮตอบตกลงแล้วมองมาทางผม ผมส่ายหัวระรัว อย่าทำอย่างนั้น อย่าเลย!!! โอ้ย! อะไรนักหนา...ได้ถ้าเป็นอย่างนี้ กูก็จะเป็นชู้กับผัวมึงเอง อีเจสสิก้า!!!!!!

ยุนโฮเดินไปเซ็นเอกสารหรือใบทะเบียนนั่น แต่เค้าคอยลอบมองผมอยู่ตลอด แววตานั่นเศร้าหมอง ผมเองก็เศร้า แต่เมื่อผ่านเรื่องนี้ ผมจะไม่ยอม!!

" อะ..ปล่อยแจจุงได้แล้ว "

" ค่า... "

เจสมองเอกสารในมือพลางยิ้มกว้างอย่างดีใจ ก่อนจะสั่งให้น้องตนแกะเชือกให้ผม...

" เดินออกไป! ถ้ามึงตุกติกกูยิงทิ้งแน่!!! "

" ......... "

ผมมองหน้ายุนโฮแวบนึงแล้วเดินออกไปอย่างไม่หันกลับมามองอีก ภาพที่เจสกอดเค้าเค้าไม่เคยทำให้ผมเจ็บเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย..

' ปั้ง!!!!!!!! '

" แจจุง...!!!!!!!!!!!!! "

อะไร...ผมหันไปมอง ยุนโฮสะบัดเจสออกแล้วไปกระชากปืนจากสเตฟ

' ปั้งปั้ง!!!! "

เสียงปืนดังขึ้นอีกสองนัด...ยุนโฮทำอะไรพวกนั้นหรอ ทำไมภาพมันเบลออย่างนี้ล่ะ เอ๊ะ..! เลือดจากแผลที่หน้าหรอ เยอะจัง...เจ็บ

" แจจุงๆๆ ไม่ๆอย่าเป็นอะไรนะ!!! "

ยุนโฮ..........ผมรักคุณ


ยุนโฮ...ผมรักคุณ...........

" พี่!!! "

" ชะชางมิน รถล่ะรถ! "

" หน้าโกดังออกไปเจอเลยพี่! "

" อืม.. "

ผมอุ้มแจจุงที่เลือดท่วมตัวออกไปทันที อย่าเป็นอะไรนะ!!! ฉันไม่ยอมให้ไอ้ร่านอย่างแกตายหรอก แกต้องมาให้ฉันดัดสันดานก่อนสิ ตื่นๆ อย่าตาย...!!! ขึ้นรถได้ผมก็เอาร่างบางวางไว้ที่เบาะหลังแล้วรีบบึ่งรถมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลอย่างเร็ว ไม่สนแล้วว่าจะปาดหน้าใคร โดนใครด่าหรือเฉี่ยวใครบ้าง ที่ๆผมต้องไปให้เร็วที่สุด!!! แจจุงโดนยินช่วงอก ผมไม่รู้ว่าตรงไหนเพราะว่าเลือดมันเยอะมาก.... นายต้องไม่เป็นอะไร!!

" ต้องไม่เป็นอะไร!!! "

.

.

.

.

" เป็นไงบ้าง "

ยูชอนเอ่ยถามชางมินที่ดูสภาพสองสาวที่นอนจมกองเลือดที่พื้น เค้ามองสองร่างนั้นอย่างเฉยเมยไม่ต่างจากชางมิน

" ตายล่ะ... "

" แหม...เพื่อนกูไม่ปราณีเลย! "

" อืม... "

" แต่กว่าจพตายได้เนี่ย ต้องทรมานอยู่นะเนี่ย เล่นยิงที่คอ...แต่สเตฟโชคดีจัง เจาะกะโหลก ตายสบายเลย.... "

" เป็นผม...จะให้มันตายช้าๆ "

" เออ...เอาหน่า มันตายไปล่ะ เอาไงต่อดีกว่า? "

" สบายมาก..! แค่สองศพที่ไร้ค่า "

ชางมินพูดอย่างเย็นชาแล้วเดินออกไปจากโกดัง ตามด้วยยูชอนขนาบข้าง ปล่อยสองพี่น้องตายหมดสภาพอยู่ที่พื้นโกดัง

.

.

.

.

ผมนั่งรอแจจุงอยู่หน้าห้องไอซียูมาประชั่วโมงแล้ว เค้ายังไม่ออกมาเลย ทำนานขณะที่ล่ะ!! แล้วร่างของเพื่อนและน้องก็ปรากฏอยู่บนสายตาผม

" เป็นไงมั้ง? "

" สภาพนั่นคงรอดอะ!!! "

ยูชอนพูดแหน็บแนมหน้าตาย

" แจจุงเป็นยังไงบ้างพี่? "

" ยังไม่ออกมาเลย "

ผมพูดพลางมองไปที่ประตูห้องไอซียูอย่างใจจดใจจ่อ ออกมาซักทีสิ...มันช้าเกินไปแล้วนะ!! โถ่ได้โปรดพระเจ้า...อย่าพรากเค้าไปจากผมเลย..

" หมอๆ แจจุงเป็นไงบ้าง?!!! "

เมื่อประตูเปิดขึ้นผมก็รีบรี่เค้าไปหาทันทีเลย ผมพยายามเดาว่าหมอกำลังทำสีหน้าแบบไหน แต่ดูไม่ออกเพราะมีผ้าสีเขียวปกปิดอยู่ทั้งหน้า

" หมอ...คือหมออยากให้คุณเตรียมใจเอาไว้ เพราะอาการของคนไข้มีเปอร์เซ็นรอดได้น้อยมาก ลูกกระสุนปักคาอยู่ด้านในห่างจากหัวใจเพียงไม่มีกี่มินเท่านั้น เพราะงั้นการผ่าตัดจึงอัตรายและเป็นไปได้ยากที่จะรอด "

" !!! "

" ทำใจไว้เถอะครับ "

หมอพูดจบก็ตบบ่าไหล่หนาก่อนเดินเข้าห้องไอซียูเช่นเคย สีหน้าของชางมินและยูชอนต่างเคร่งเครียดไม่ต่างกัน ผมเอง...ก็คงไม่ต่างจากพวกมัน อาจมากกว่าเสียด้วยซ้ำ!

' แจจุง..นายจะจากฉันไปไม่ได้นะ ไม่ได้! นายยังไม่ได้บอกรักฉันเลยนะ มาบอกรักเหมือนที่ฉันบอกนายสิ!!! '

.

.

.

.

เสียงร้องคร่ำครวญในใจของยุนโฮดังอยู่ตลอดเวลา น้ำตาที่เห็นได้ยากจากชายใจแข็งเริ่มหยดลงพื้น มือกุมเข้าหากันสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าให้ช่วยเค้า ตอนนี้เค้าหมดหนทางหมดที่พึ่ง พระเจ้าคือสิ่งเดียวที่เค้านึกถึง

' ได้โปรด.............ผมรักเค้า '

หน้าห้องไอซียูเต็มไปด้วยผู้คนที่มาสมทบ ทั้งเฮรินจุนซะและริกกี้ที่ตามมาสมทบ ทุกคนต่างคร่ำเครียดไม่ต่างกัน แต่ที่ดูจะหนักสุดก็คงเป็นยุนโฮที่อยู่ไม่เป็นสุข เดินไปมาอยู่หน้าห้องไม่หยุด เฮรินก็เอาแต่ร้องไห้เพราะเป็นห่วงน้อง

เวลาล่วงเลยไปเป็นชั่วโมงๆที่หมอหายเข้าไปและยังไม่ยอมออกมา ภายในห้องผ่าตัดเคร่งเครียดอย่างที่สุดกับการยื้อชีวิตแจจุงเอาไว้ มีดผ่าตัดคมกริบถูกจ่อลงไปอย่างมั่นคง หากแต่ใบหน้าของผู้ถือมันอยู่นั้นกลับมีหยาดเหงื่อแห่งความเครียดผุดพรายเต็มไปหมด เค้าไม่เคยเจอเคสที่ยากขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ

หัวใจคนเจ็บเต้นตุบๆอย่างเป็นจังหวะ แต่เคียงข้างนั้นกลับมีลูกตะกั่วฝั่งอยู่ คีมเหล็กยาวส่งลงไปทำหน้าที่อย่างเชื่องช้าเพราะถ้าเร็วไปเกิดไปโดนหัวใจอาจเป็นอัตรายถึงชีวิตได้ คีมเหล็กเคลื่อนตัวไปที่ลูกตะกั่วอย่างใจเย็นก่อนจะจับคีบตรงหัวตะกั่วที่ฝั่งอยู่และดึงออกอย่างช้าๆ

เลือดจำนวนมากทะลักออกมาอย่างกับเขื่อนแตกเมื่อลูกกระสุนหลุดออกมาได้ หมอปาดเหงื่ออย่างโล่งใจและรีบซับเลือดที่ทะลักและจัดการกับแผลอย่างเป็นขั้นตอน อย่างระมัดระวัง

.

.

.

.

" หมอ..!! "

ทุกคนกรูไปที่หมอที่ออกมามีท่าทีเหนื่อยอ่อน จากการผ่าตัด

" ครับ..คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ ยินดีด้วย "

" เฮ้ออออ... "

เสียงถอนหายใจดังเคลือบริเวณเพราะโล่งอกโล่งใจไปตามๆกัน ไม่นานเตียงคนป่วยก็เคลื่อนที่ออกมาจากห้องไอซียูเพื่อไปพักฟื้นที่ห้องพักพิเศษ ยูชอนเดินไปตบบ่าเพื่อนที่นั่งรอน้ำตาไม่แห้งอยู่หน้าห้อง

" เค้าปลอดภัยแล้ว..กูดีใจด้วยนะ "

" อืม... "

บรรยากาศในห้องอบอุ่นและปรีติเป็นอย่างมาก ข้างกายร่างบางมีชายที่รักนั่งกุมมืออยู่เคียงข้าง ทุกคนต่างดีใจที่ร่างบางปลอดภัยและเป็นที่รู้กันดีจึงแยกย้ายกันกลับปล่อยให้ยุนโฮอยู่เฝ้าเพียงลำพัง

.

.

.

เปลือกตาหนักอึ้งพยายามปรือขึ้นมองแสงสว่างรอบห้อง และแสงนี่แหละที่มันแยงตาจนเค้าต้องตื่น มือบางจะเอื้อมมาจับที่ตัวเองแต่ดันโดนทับไว้เลยหันไปมองที่มือก็เห็นหัวกลมๆของชายที่รัก นอนซบมือตัวเองอยู่ ใบหน้าหวานยิ้มกว้าง..น้ำตาเอ่อเพราะตื้นตันใจอย่างสุดซึ้งที่ตัวเองปลอดภัยและได้ตื่นมาเจอคนรักเป็นคนแรก

" ยุนโฮ...... "

เสียงหวานแผ่นเบาเอ่ยเรียกชื่อคนรัก ยุนโฮที่ไม่ได้หลับสนิทได้ยินก็หูผึ่งเงยหน้ามามองทันที

" แจจุง......นายฟื้นแล้ว... "

เสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างกับเพ้อ เค้าโผกอดร่างบางที่ร้องไห้อยู่บนเตียงอย่างโหยหา อ้อมกอดที่อบอุ่นอบอวนไปด้วยความรักความห่วงใย ทำให้แจจุงร่องไห้หนักขึ้น ในใจนั่นย้ำชัดว่าตนนั้นรักคนตรงหน้าแค่ไหน

" ยุนโฮ...ผมรักคุณ ผมรักคุณ........ฮือออ "

" ไม่ร้องนะครับคนดี ผมก็รักคุณนะแจจุง รักมาก...อย่าจากผมไปไหนนะ... "

แจจุงส่ายหัวไปมาในอ้อมกอด

" ไม่...ผมไม่ไปนั้นทั้งนั้น ผมรักคุณผมจะอยู่กับคุณตลอดไป "

" ครับ...เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป "

ร่างหนาคลายกอดแล้วมองหน้าคนรัก มือหนาเช็ดคราบน้ำตาที่อาบหน้าหวาน พลางส่งยิ้มอ่อนละมุนให้อีกฝ่าย

" แต่งงานกับผมนะ...แจจุง..... "

" !!! "

" แม้ตอนนี้ผมยังไม่มีแหวนมาขอคุณ แต่เมื่อคุณหายเป็นปกติเราจะไปเลือกแหวนด้วยกัน...แล้วเข้าพิธีวิวาห์ด้วยกัน นะครับ.... "

" ฮึก...ฮื่อออออ "

" ไม่ร้องน้า.... "

ร่างบางถูกอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นโอบอุ้มอีกครั้ง

" ผม...ตกลง ผมจะแต่งงานกับคุณ ยุรโฮ..... "

เสียงหวานสั่นเคลือเอ่ยตอบกลับไปในอ้อมกอด... ทั้งคู่กอดกันอยู่นาน แม้เวลาที่แจจุงจะหลับไปเพียงไม่นาน แต่ก็แย่มากและนานพอสำหรับคนที่รอ เมื่อคนรักหวนกลับมาแล้วเค้าก็จะไม่ปล่อยไปอีก ไม่อีกเด็ดขาด!

" ผมรักคุณแจจุง... "

" ผมก็รักคุณยุนโฮ.... "


เครื่องดนตรีหลากชนิดถูกบรรเลงและขับขานไพเราะอยู่ในโบสชานเมืองอย่าง งานวิวาห์ที่ถูกประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวนานาชนิดอย่างสวยงาม ผู้คนมากมามารวมตัวกันเป็นสักขีพยายานรักให้แก่คนทั้งคู่ คู่รักที่ไม่มีเจ้าสาว...!

ยุนโฮที่อยู่ในชุดทักสิโด้สีดำยืนต้อนรับแขกเรื่อที่มาร่วมยินดีอย่างคับคั่ง ในใจเค้านั่นอยากเจอแจจุงเสียเต็มประดา แต่ถึงแม้ว่างานนี้จะเป็นแต่งที่ไม่มีเจ้าสาว แต่แจจุงก็ถือกฏธรรมเนียมปฏิบัติตนอย่างเจ้าสาว คือต้องรอเวลาพิธีถึงจะเยื้องกายเข้ามาในโบส

' แกร่ง.... '

เสียงระฆังแก้วแว่วหวานบอกเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะยุนโฮที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เค้าพร้อมยืนรอที่แท่นพิธี.... ดนตรีบรรเลงขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแจจุง...

.

.

ร่างบางอยู่ในชุดทักสิโด้สีขาว ประดับดอกกุหลาบสีขาวไว้ที่อกซ้าย ข้างกายขนาบด้วยเฮรินญาติเพียงคนเดียว ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อขวยเขินกับการจ้องมองอย่างไม่กระพริบตา

" สวย... "

" บ้า..ผมแต่งเป็นผู้ชายนะ จะสวยได้ไง! "

" ก็สวย... "

ยุนโฮยืนยันคำตอบแล้วหันไปสนใจบาทหลวงที่ยืนรอทำพิธี

" ชอง ยุนโฮ...เจ้ายินดีที่จะรักและดูแลคิม แจจุง ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่ว่าจะเจ็บจะป่วย และพร้อมที่จะชราไปด้วยกันไหม? "

" รับครับ "

" คิม แจจุง เจ้ายินดีที่จะรักและดูแลชอง ยุนโฮ ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่ว่าจะเจ็บจะป่วย และพร้อมที่จะชราไปด้วยกันไหม "

" รับครับ "

" มีใครจะคัดค้านเขาทั้งคู่หรือไม่..? "

" ถ้าไม่มี ทั้งคู่สวมแหวนให้กันและกัน.. "

แหวนทองคำขาวเกลี้ยงสองวงยื่นมาข้างหน้า ต่างคนต่างใส่ให้กันและกัน สายตาจ้องลึกเข้าไปนัยน์ตาอีกฝ่าย สะท้อนความรักที่มีให้กัน

" ต่อไป...จูบสาบาน "

ใบหน้าคร้ามคมและหวานสวยเคลื่อนเข้าหากันเชื่องช้า ดวงตาปรือลงเมื่อริมฝีปากสัมผัสและแช่อยู่อย่างนั่นเนิ่นนาน ดุจความรักที่หวานล้ำตรึงใจ....

.

.

.

.

ณ.เรือนหอ..........

ริมฝีปากโผเข้าคลอเคลีย
ลิ้นร้อนแลบเลียลิ้นอีกฝ่าย
สองมือสัมผัสลูบไล้กาย
อยากกระหายในรสแห่งรัก

ลมหายใจโลมเลียร่างขาว
นิ้วเรียวยาวล่วงล้ำทางลับ
ไฟราคะลุกโชนยากจะดับ
หลอมรวมกับอีกร่างให้เป็นหนึ่ง

เสียงหวานครางแผ่วตาหลับพริ้ม
ร่างสูงลิ้มรสจนใกล้ถึง
สองร่างกอดกันครางอื้ออึง
ก่อนจะถึงปลดปล่อยน้ำกามา

แต่ราตรีนี้ยังอีกยาว
คงถึงคราวน้ำคาวได้หมดตัว
เพราะรักจึงไม่หวั่นไม่กลัว
จะร่วมหัวจมท้ายตลอดคืน....

TheEnd....!

********************************************************
Read more ...